Remove Footer designed byGlamdea
May 17, 2022
พวงหรีด พระราชกรณียกิจ ร.9 พระราชกรณียกิจ ร.9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาหัวหน้า จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมท้องนาถบพิตร ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เสวยราชสมบัตินานที่สุดในประเทศไทย ด้วยระยะเวลาถึง 70 ปี 4 เดือน ตลอดเวลาที่ทรงครองแผ่นดิน จนถึงทรงเสด็จสวรรคตไปแล้ว ท่านยังทรงเป็นสุดที่รักและก็นับถือของไทยทั้งประเทศ รวมไปถึงฝรั่งหลายท่านทั้งโลกตลอดมา ท่านทรงอุทิศพระวรกายในการประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆเพื่อทำให้พสกนิกรคนประเทศไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งพระราชกรณียกิจที่สะดุดตาของท่านมีดังนี้ แผนการแกล้งดิน เป็นแผนการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9 ท่านทรงเห็นถึงปัญหาที่ชาวบ้านเผชิญ โน่นเป็นปัญหาดินเปรี้ยวจนไม่สามารถที่จะทำการกสิกรรมใดๆได้ ท่านก็เลยคิดหาทางแก้ ด้วยแนวทางที่เรียกว่า “แกล้งดิน” โดยแผนการนี้ใช้เวลาเล่าเรียนทดลองถึง 2 ปี ที่ศูนย์เล่าเรียนการพัฒนาพิกุลทอง ซึ่งมีวิธีการคือ ทําดินให้แห้งและก็แฉะสลับกันไป เพื่อเป็นการเร่งปฏิกิริยาทางเคมีของดิน ซึ่งขั้นตอนนี้จะไปกระตุ้นให้สารไพไรท์ ทําปฏิกิริยากับออกสิเจนกลางอากาศ และก็ปลดปล่อยกรดกํามะถันออกมา ซึ่งผลสรุปคือดินจะกลายเป็นกรดจัด ทำไปเรื่อยๆดินจนไม่สามารถที่จะปลูกพืชได้ แล้วต่อจากนั้นก็เลยหาวิธีเพื่อแก้ไขดินให้กลับมาสามารถปลูกพืชได้ ซึ่งกระบวนการแก้ไขดินมีอยู่ร่วมกัน 3 แนวทางดังนี้เป็นแผนการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9 ท่านทรงเห็นถึงปัญหาที่ชาวบ้านเผชิญ โน่นเป็นปัญหาดินเปรี้ยวจนไม่สามารถที่จะทำการกสิกรรมใดๆได้ ท่านก็เลยคิดหาทางแก้ ด้วยแนวทางที่เรียกว่า “แกล้งดิน” โดยแผนการนี้ใช้เวลาเล่าเรียนทดลองถึง 2 ปี ที่ศูนย์เล่าเรียนการพัฒนาพิกุลทอง ซึ่งมีวิธีการคือ ทําดินให้แห้งและก็แฉะสลับกันไป เพื่อเป็นการเร่งปฏิกิริยาทางเคมีของดิน ซึ่งขั้นตอนนี้จะไปกระตุ้นให้สารไพไรท์ ทําปฏิกิริยากับออกสิเจนกลางอากาศ และก็ปลดปล่อยกรดกํามะถันออกมา ซึ่งผลสรุปคือดินจะกลายเป็นกรดจัด ทำไปเรื่อยๆดินจนไม่สามารถที่จะปลูกพืชได้ แล้วต่อจากนั้นก็เลยหาวิธีเพื่อแก้ไขดินให้กลับมาสามารถปลูกพืชได้ ซึ่งกระบวนการแก้ไขดินมีอยู่ร่วมกัน 3 แนวทางดังนี้1. ใช้น้ำล้างความเป็นกรดของดิน เพราะเหตุว่าจะเป็นการเพิ่ม ค่า pH ให้แก่ดินและก็ดินจะหายเปรี้ยว และก็แม้ใช้ปุ๋ยไนโตรเจนและก็ฟอสเฟตเสริม ก็จะทำให้สามารถปลูกพืชได้นั่นเอง2. ใช้ปูนมาร์ลผสมคละเคล้ากับหน้าดิน3. ใช้ทั้งสองแนวทางข้างต้นผสมกัน แผนการปลูกหญ้าแฝก แผนการนี้เริ่มขึ้นเมื่อปี 2534 ซึ่งท่านทรงคิดแผนการนี้ขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการพังทลายของหน้าดิน และก็เหตุผลที่เลือกใช้หญ้าแฝก โน่นเพราะเหตุว่า หญ้าแฝกเป็นพืชที่ทน มีรากยาวลึกลงไปในผืนดิน ทั้งยังรากยากแผ่กระจายไปในรอบๆรอบๆ ซึ่งเป็นการยึดเกาะหน้าดินไม่ให้พังทลายนั่นเอง และก็ที่สำคัญคือหญ้าแฝกเป็นพืชที่ง่ายต่อการดูแลอีกด้วย แผนการแก้มลิง ท่านทรงเริ่มแผนการนี้ขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่ชาวบ้านเผชิญมาเป็นเวลานานโน่นคือ น้ำท่วมพื้นที่การกสิกรรมเสียหาย และก็มีน้ำน้อยเกินไปต่อสิ่งที่ต้องการในหน้าแล้ง ท่านก็เลยอุตสาหะหาวิธีปรับปรุงแก้ไขโดยพินิจจากลิง เมื่อมันได้กล้วยมา มันก็จะปลอกกล้วยเข้าปากในทันที แล้วนำกล้วยนั้นไปตุนเก็บไว้ที่กระพุ้งแก้มจนเต็ม และก็เมื่อถึงเวลาหิว มันก็จะนำออกมาบดในคราวหลัง ด้วยเหตุผลนี้ท่านทรงมีตรัสให้กรมชลประทานจัดทำแก้มลิงขึ้นในหลายจังหวัด อีกทั้งในจังหวัดกรุงเทพและก็บริเวณรอบๆ รวมถึงจังหวัดอื่นๆอีกหลายที่ ถือว่าแผนการแก้มลิง ถือเป็นอีกแผนการสำคัญที่ช่วยทุเลาความเดือดร้อนของชาวไทยมาจนถึงทุกวันนี้ แผนการฝนหลวง แผนการพระราชดำริฝนหลวง เป็นความคิดเริ่มที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2498 พอท่านเดินทางไปเยี่ยมราษฎรในพื้นที่แล้งห่างไกลความเจริญ 15 จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่านได้ทรงรู้ถึงความเดือดร้อน ทุกข์ร้อนของราษฎร และก็เกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค และก็การกสิกรรม แล้วต่อจากนั้นท่านทรงใช้เวลานานถึง 14 ปี ในการวิจัยและก็เล่าเรียนเกี่ยวกับการอุตุนิยมวิทยา และก็การปรับเปลี่ยนสภาพอากาศ เพื่อเป็นแถวทางการแก้ไขปัญหานี้จนชำนิชำนาญแล้ว ก็เลยลงมือทดลองทำฝนหลวงทีแรกเมื่อปี 2512 โดยใช้สารเคมีโปรยใส่ก้อนเมฆบนท้องฟ้า จนตราบเท่าเกิดปฏิกิริยากับก้อนเมฆโน่น และก็ก่อตัวเป็นไอน้ำ ในที่สุดก็จะกลั่นตัวออกมากลายเป็นเม็ดฝนได้เสร็จและก็ใช้สืบต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้นั่นเอง แผนการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน แผนการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน จัดทำขึ้นตามความต้องการของพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 9 โดยจัดทำขึ้นเป็นรูปเล่ม และก็มีบางส่วนได้เผยแพร่ออนไลน์ สารานุกรมทั้งหมดที่จัดทำออกมาจะรวบรวมเนื้อหาจากหลายสาขาวิชาที่มีความรู้และความเข้าใจและก็เป็นประโยชน์ต่อเยาวชน ซึ่งมีเป้าหมายให้เยาวชนสามารถหาอ่านวิชาความรู้กลุ่มนี้ได้ด้วยตัวเอง เพื่อที่จะได้ปรับปรุงตัวเองให้เป็นอันมากสำคัญในการพัฒนาของประเทศต่อไป โดยแยกเป็นฉบับปกติ 37 เล่ม และก็ฉบับเสริมการศึกษาอีก 20 เล่ม...